简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บัฟเฟตต์ไม่ได้ซื้อทองคำแท่ง หรือถือสัญญาล่วงหน้าทองคำแต่อย่างใด แต่ไปซื้อหุ้นบริษัทเหมืองทองของแคนาดาอย่าง Barrick Gold เข้าพอร์ตบริษัท Berkshire Hathaway ต่างหาก
บัฟเฟตต์ไม่ได้ซื้อทองคำแท่ง หรือถือสัญญาล่วงหน้าทองคำแต่อย่างใด แต่ไปซื้อหุ้นบริษัทเหมืองทองของแคนาดาอย่าง Barrick Gold เข้าพอร์ตบริษัท Berkshire Hathaway ต่างหาก
บัฟเฟตต์ที่ไม่เคยสนใจลงทุนในทองคำมาตลอดทั้งชีวิต กลับมาเห็นอะไรในบริษัทเหมืองทองคำ
มาวิเคราะห์ความคิดของปู่บัฟเฟตต์กัน
ทำไมต้องเป็นบริษัทนี้
Barrick Gold เป็นบริษัทของประเทศแคนาดา ดำเนินธุรกิจในการสำรวจพัฒนาเหมือง ผลิตและขายทองคำและทองแดง แต่จะเน้นทำขุดทองคำเป็นหลัก มีแหล่งปฎิบัติการ 16 แห่งใน 13 ประเทศ
และเมื่อดูจากผลประกอบการในปี 2019 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 9.72 พันล้านเหรียญ มีกำไรสูงถึง 3.97 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งๆที่ในปี 2018 Barrick Gold ขาดทุนไป 1.54 พันล้านเหรียญด้วยซ้ำ
มาดูในส่วนของปี 2020 กันบ้าง ครึ่งปีแรก Barrick Gold มีรายได้ 5.78 พันล้านเหรียญ กำไร 757 ล้านเหรียญ ก็ถือว่าไม่เลวทีเดียวสำหรับรายได้ครึ่งปีแรก ทั้งๆที่ทั่วโลกกำลังอยู่ในภาวะการระบาดของโควิด-19 ด้วยซ้ำ
ราคาทองคำที่เพิ่มขึ้น
สินทรัพย์ที่มาแรงที่สุดในเวลานี้คงหนีไม่พ้นทองคำ เพราะมีแนวโน้มสูงมากที่ราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะปัจจัยสำคัญที่จะดันราคาทองคำยังคงอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่ยังคงอ่อนค่า ตัวเลขเศรษฐกิจยังน่าเป็นห่วง และคงยังไม่ฟื้นในเร็วๆนี้ ทองคำจึงเหมือนเป็นตัวเลือกในการลงทุนนั้นเอง
แต่บัฟเฟตต์ยังคงลงทุนในแบบฉบับตัวเองอยู่เหมือนเดิม นั่นคือ ไม่ลงทุนในตัวทองคำ แต่เลือกที่ไปลงทุนในตัวบริษัทที่ขุดทองแทน เพราะหากบริษัทมีกำไรจากการดำเนินก็ให้เงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นได้ ซึ่งบัฟเฟตต์มองว่าจุดนี้หุ้นยังสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ดีกว่าตัวทองคำจริงๆ
ลดสัดส่วนหุ้นธนาคาร
นอกจากนี้ บัฟเฟตต์ยังได้ทำการปรับพอร์ต ด้วยการลดสัดส่วนการถือหุ้นหุ้นธนาคารอย่าง JPMorgan ไปมากกว่า 60% คิดเป็นประมาณ 22 ล้านหุ้น และหุ้นธนาคาร Wells Fargo มากกว่า 25% คิดเป็นประมาณ 238 ล้านหุ้น
โดยก่อนหน้านี้ บัฟเฟตต์ได้ทำการลดสัดส่วนหุ้นธนาคารอย่าง Goldman Sachs กว่า 80% ของพอร์ตไปแล้วเช่นกัน รวมไปถึงขายหุ้นกลุ่มธุรกิจการเงินอย่าง BNY Mellon, PNC Financial, US Bancorp, Visa และ Mastercard ด้วย
นักวิเคราะห์เชื่อว่าสาเหตุที่บัฟเฟตต์ขายหุ้นกลุ่มการเงินมาจากการที่ธนาคารทั่วโลกได้พิมพ์เงินออกมาจำนวนมาก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไวรัสโควิด-19 อาจจะก่อให้เกิดหนี้เสียจำนวนมหาศาลตามมา และธนาคารจะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องรับผิดชอบตรงนี้
ปู่กำลังจะบอกอะไรเรา
ความเคลื่อนไหวของบัฟเฟตต์แสดงให้เห็นถึงการลงทุนด้วยความระมัดระวังมากกว่าเดิม เน้นการถือเงินสดมากขึ้น และมีลงทุนบริษัทเกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ไว้แทน จะเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิกฤตการเงินรอบนี้หรือไม่
จังหวะการลงทุนของบัฟเฟต์จะเป็นอย่างไรหลังจากนี้ ติดตามกันให้ดี
บทความจากเว็บไซต์ Stock2morrow
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
FXCM
TMGM
ATFX
FXTM
IB
IC Markets Global
FXCM
TMGM
ATFX
FXTM
IB
IC Markets Global
FXCM
TMGM
ATFX
FXTM
IB
IC Markets Global
FXCM
TMGM
ATFX
FXTM
IB
IC Markets Global