简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ราคาทองคำ ภาคเช้า - 02 ธันวาคม 2565
สรุป ราคาทองคําวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 34.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยราคาทองคําได้รับแรงหนุนจากการอ่อนค่าของดัชนีดอลลาร์ ทั้งนี้ ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย อาทิ (1.) ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ระบุว่า เฟดจะ “ชะลอ” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนธ.ค. (2.) เงินเฟ้อของสหรัฐอาจ “ผ่านจุดสูงสุด” ไปแล้ว เห็นได้จากดัชนี PCE พื้นฐาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ต่ำากว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% (3.) ดัชนี ภาคการผลิตของสหรัฐจาก ISM ปรับตัวลงมากกว่าคาดสู่ระดับ 49.0 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2020 และสะท้อนว่าภาคการผลิตของสหรัฐอยู่ในภาวะหดตัวเป็นครั้ง แรกในรอบ 2 ปีครึ่ง (3.) ถ้อยแถลงของนางมิเชล โบว์แมน หนึ่งในผู้ว่าการเฟด ที่กล่าวว่า เฟดควร “ชะลอ” การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อประเมินผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ย สถานการณ์ ดังกล่าวกระตุ้นการคาดการณ์ที่ว่าวงจรการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดใกล้จะถึงจุดสูงสุดแล้ว สะท้อนจาก Fed funds futures ที่บ่งชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยสูงสุด (terminal rate) ของเฟดจะแตะ 4.866% ในเดือนพ.ค.ปีหน้า ซึ่งลดลงจากระดับเหนือ 5% เมื่อต้นสัปดาห์ ปัจจัยที่กล่าวมากดดันให้ดัชนีดอลลาร์ร่วงลงแตะระดับต่ำาสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค. ที่ 104.56 ขณะที่อัตรา ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีลดลงสู่ระดับต่ำาสุดในรอบ 10 สัปดาห์ที่ 3.5048% จนเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคําให้ทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือนครึ่งที่ 1,803.78 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําลดลง -1.45 ตัน สำหรับวันนี้จับตาการเปิดเผยตัวเลขในตลาดแรงงานของสหรัฐ
หลังจากช่วงที่ผ่านมาราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากวันนี้ราคาทองค ายังไม่สามารถยืนเหนือโซนแนว ต้าน 1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของเดือน ส.ค. อาจส่งผลให้แรงซื้อยังคงถูกจ ากัด สำหรับวันนี้ประเมินแนวรับระยะสั้นในโซน 1,786-1,765 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากยืนอยู่ราคาจะปรับตัว ขึ้นต่อทดสอบแนวต้านถัดไปในบริเวณ 1,824 ดอลลาร์ต่อออนซ์
คำแนะนํา เปิดสถานะซื้อ $1,786-1,765
จุดทำกําไร ขายเพื่อทำกําไร $1,807-1,824
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,765
ที่มา: TH.investing
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
นโยบายภาษีชุดใหม่ของทรัมป์ที่ประกาศเมื่อ “วันปลดปล่อย” ได้จุดชนวนความตึงเครียดทางเศรษฐกิจอีกครั้ง โดยการขึ้นภาษีเกิน 25% อาจเร่งเงินเฟ้อและซ้ำเติมตลาดแรงงาน นักวิเคราะห์คาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลง 1.25% ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลใช้รายได้จากภาษีเป็นเครื่องมือทั้งเศรษฐกิจและการเมือง
บทความนี้สำรวจผลกระทบของแผ่นดินไหวต่อค่าเงินและตลาดการเงินทั่วโลก ผ่านกรณีศึกษาในญี่ปุ่น อินเดีย เม็กซิโก และไทย ชี้ให้เห็นว่าตลาดมักตอบสนองด้วยความวิตกในระยะสั้น ก่อนจะปรับตัวตามข้อมูลพื้นฐาน นักเทรดสามารถใช้ช่วงเวลานี้เป็นโอกาสในการทำกำไร หากวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างแม่นยำ
นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก่อให้เกิดความกังวลในระดับโลก โดยเฉพาะการขึ้นภาษีนำเข้าในอัตราสูง นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐฯ และทั่วโลก JPMorgan และ Capital Economics ชี้ว่านโยบายนี้อาจนำไปสู่ภาวะถดถอย ขณะที่ Wells Fargo คาดว่า Fed อาจต้องผ่อนคลายนโยบายการเงินในอนาคต
รีวิวโบรกเกอร์ CMCMarkets
EC Markets
FBS
GO MARKETS
FOREX.com
Saxo
IC Markets Global
EC Markets
FBS
GO MARKETS
FOREX.com
Saxo
IC Markets Global
EC Markets
FBS
GO MARKETS
FOREX.com
Saxo
IC Markets Global
EC Markets
FBS
GO MARKETS
FOREX.com
Saxo
IC Markets Global