简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ: "ทรัมป์" ประกาศตั้งกองทุนสำรองคริปโทเคอร์เรนซี หนุนราคาบิตคอยน์พุ่ง 10%
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศจัดตั้งกองทุนสำรองคริปโทเคอร์เรนซีเชิงกลยุทธ์ (Strategic Cryptocurrencies Reserve) ในสหรัฐฯ โดยจะนำเหรียญบิตคอยน์ (Bitcoin), อีเธอร์ (Ether), เอ็กซ์อาร์พี (XRP) รวมทั้งเหรียญเอสโอแล (SOL) ของโซลานา (Solana) และเหรียญเอดีเอ (ADA) ของคาร์ดาโน (Cardano) เข้ารวมอยู่ในกองทุนสำรองดังกล่าวด้วย
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ (2 มี.ค.) ว่า “กองทุนสำรองคริปโทเคอร์เรนซีของสหรัฐฯ จะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมที่สำคัญนี้ หลังจากอุตสาหกรรมคริปโทฯ เผชิญกับการโจมตีจากการทุจริต ด้วยฝีมือของคณะบริหารของไบเดนมานานหลายปี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงใช้คำสั่งฝ่ายบริหารเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสั่งการให้คณะทำงานประธานาธิบดี (Presidential Working Group) เดินหน้าแผนจัดตั้งกองทุนสำรองคริปโทฯ เชิงกลยุทธ์ ซึ่งจะรวมเหรียญ XRP, SOL และ ADA เข้ารวมอยู่ในกองทุนนี้ด้วย เพราะผมต้องการสร้างความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะเป็นเมืองหลวงแห่งคริปโทฯ ของโลก”
“และแน่นอนว่า บิตคอยน์และอีเธอร์ จะรวมอยู่ในกองทุนนี้เช่นเดียวกับสกุลเงินดิจิทัลที่มีค่าอื่น ๆ ซึ่งเหรียญคริปโทฯ เหล่านี้จะเป็นหัวใจสำคัญของกองทุนสำรองนี้ ส่วนตัวผมนั้น ผมชอบทั้งบิตคอยน์และอีเธอร์เรียม”ทรัมป์ระบุเพิ่มเติม
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ราคาคริปโทฯ พุ่งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยราคา XRP ราคาพุ่งขึ้น 33% SOL พุ่งขึ้น 25% ADA ทะยานขึ้นมากกว่า 60% ส่วนบิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 10% สู่ระดับ 94,343.82 ดอลลาร์ และอีเธอร์เพิ่มขึ้น 13%
ปธน.ทรัมป์จะเป็นประธานในการประชุมสุดยอดด้านคริปโทฯ ครั้งแรกของสหรัฐฯ ในวันที่ 7 มี.ค. ซึ่งจะเป็นการยืนยันการสนับสนุนของทรัมป์ต่ออุตสาหกรรมคริปโทฯ ขณะที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ปธน.ทรัมป์จะกล่าวเปิดการประชุมที่จะมีผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และนักลงทุนที่มีชื่อเสียงจากอุตสาหกรรมคริปโทฯ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากคณะทำงานด้านสินทรัพย์ดิจิทัล (Working Group on Digital Assets) ของปธน.ทรัมป์เข้าร่วม
คณะทำงานดังกล่าวประกอบด้วยกระทรวงการคลังและกระทรวงยุติธรรม รวมถึงคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) และคณะกรรมการการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC)
ขอบคุณ สำนักข่าวอินโฟเควสท์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
ราคาของ Bitcoin ร่วงลงกว่า 2.19% สู่ระดับ $83,259 หลังจากนโยบายภาษีตอบโต้ของทรัมป์มีผลบังคับใช้ ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตและตลาดหุ้นทั่วโลก โดยไทยเองก็โดนผลกระทบจากภาษีนำเข้าสูงถึง 36% นอกจาก BTC แล้ว Altcoin ส่วนใหญ่ก็ดิ่งลงเช่นกัน มีเพียงไม่กี่โปรเจกต์ที่ยังคงต้านทานแรงกดดันจากตลาดได้
ประสบการณ์ 1 ปีของนักเทรดรายนี้สะท้อนถึงความท้าทายในตลาด Forex ที่ไม่ได้หอมหวานเสมอไป แม้จะเริ่มจากกำไรจนสร้างความมั่นใจ แต่การพ่ายแพ้ซ้ำ ๆ และความผันผวนของตลาดทำให้เขาต้องออกจากวงการ การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมอารมณ์จึงเป็นหัวใจสำคัญในการอยู่รอดในตลาดนี้ การรู้จังหวะถอยอาจเป็นกลยุทธ์ที่ดีกว่าการฝืนต่อไปจนขาดทุนหนัก
แผ่นดินไหวล่าสุดในไทยส่งแรงสั่นสะเทือนถึงตลาด Forex โดยค่าเงินของประเทศที่ได้รับผลกระทบมักอ่อนค่าก่อนฟื้นตัว ขณะที่ทองคำและสกุลเงินปลอดภัยอย่าง JPY และ CHF มักได้รับแรงหนุน นอกจากนี้ หุ้นประกันภัยร่วง ส่วนหุ้นก่อสร้างพุ่งสะท้อนกระแสฟื้นฟู เศรษฐกิจชะลอตัวอาจกดดันราคาน้ำมัน แต่วิกฤติยังเปิดโอกาสทำกำไรหากวิเคราะห์ทิศทางตลาดอย่างเฉียบขาด
นักลงทุนคาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ หลังจาก ปธน.ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรที่รุนแรงขึ้น โดยเก็บภาษีพื้นฐาน 10% และเพิ่มภาษีตอบโต้กับบางประเทศ เช่น จีน 34% และไทย 36% การขึ้นภาษีนี้กระทบเศรษฐกิจโลก ทำให้เฟดอาจลดดอกเบี้ยครั้งแรกในเดือนมิถุนายน และอาจลดครั้งที่ 4 ในเดือนธันวาคม